รีวิว Klipsch KMC-3 ลำโพงบลูทูธขนาดใหญ่แบบตั้งโต๊ะ แต่สามารถพกพาได้ใส่ถ่าน 8 ก้อน ฟังได้เหมือนวิทยุทรานซิสเตอร์สมัยเก่า

 

   ต้องบอกว่าแบรนด์ Klipsch เองก็ถือว่ามีชื่อเสียงทางด้านการทำลำโพงทั้งขนาดเล็กๆ ขนาดใหญ่ ลำโพงพกพาต่างๆ ที่เป็น Portable Wireless ในหลากหลายรุ่นออกมาให้ได้ใช้งานกัน มีประวัติของแบรนด์มายาวนานกว่า 60 ปี แต่ลำโพงจาก Klipsch ที่ได้นำมาเขียนรีวิวในตอนนี้มีชื่อรุ่นว่า KMC3 เป็นลำโพงไร้สายขนาดที่ค่อนข้างจะใหญ่ ถ้าจะใช้งานกันจริงๆ คือต้องเสียบปลั๊ก ใช้งานภายในบ้าน แต่มันก็สามารถใช้ในโหมดพกพาไปได้ หอบลำโพงตัวนี้ไป ไม่ต้องเสียบปลั๊กก็ฟังได้ เพียงแค่ใส่ถ่ายก้อนใหญ่ ก้อนหลม 8 ก้อนเข้าไป ฟังได้เลย ไม่มีแบตเตอร์รี่มาให้ในตัว ใช้ใส่ถ่านเหมือนกับวิทยุทรานซิสเตอร์ในยุคก่อนที่ชอบใช้กัน ความรู้สึกก็จะย้อนยุคไปเลย แต่มีฟังก์ชั่นบลูทูธมาให้ กลายเป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจ

   มาดูในส่วนแรกที่กล่าวไปเมื่อช่วงต้นว่า ถ้าลำโพงตัวนี้เอาไปใช้งานแบบใส่ถ่ายทั้งหมด 8 ก้อน มันจะสามารถเปิดฟังเพลงได้ยาวนานถึง 26 ชั่วโมงเลยทีเดียว คือเกินวันแน่นอน ก็ถือว่าใช้งานได้ยาวนานซึ่งหลายๆ ท่านอาจจะคิดว่าใส่ถ่านจะใช้งานได้นานสักแค่ไหน ก็รู้กันแล้ว นี่คือความพิเศษอย่างแรก แต่ก็อาจจะเสียเงินซื้อถ่ายแค่นั้นเอง ก็แนนำว่ามันเป็นการใช้งานแบบพกพาที่ชั่วคราว ไม่บ่อยครั้งมาก แต่ถ้าคุณชอบใช้ลำโพงแบบพกพาจริงๆ ไปฟังเพลงในที่ที่ไม่มีปลั๊กไฟเสียบจริงๆ แนะนำเป็นรุ่นอื่นจะดีกว่า ที่มีขนาดเล็กกว่านี้ พกพาง่ายกว่านี้ และมีแบตเตอร์รี่ในตัวไม่ต้องไปเสียเงินซื้อถ่ายบ่อยๆ นั่นเอง

   จุดเด่นอย่างต่อมาของลำโพง Klipsch KMC3 รุ่นนี้ ก็คือ ภายในตัวลำโพงเอง ก็จะมีดอกลำโพงแบบ Full range ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ตัวอยู่ภายใน ให้เสียงทุ้ม กลาง แหลม แบบสเตอริ์โอ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาที่ลำโพงขนาดเล็กๆ ให้ไม่ได้ก็คือ บริเวณตรงกลางด้านล่างตัวตู้ลำโพง จะมีดอกลำโพงแบบ subwoofer ขนาดใหญ่ถึง 5.25 นิ้ว จำนวน 1 ตัว นั่นหมายความว่าใครที่ชอบโหยหาในเรื่องของพลังเสียงเบสแน่นๆ กระหึ่มๆ ก็ต้องบอกว่าต้องยอมแลกกับตัวลำโพงขนาดใหญ่ ก็จะให้เสียงที่ดังกระหึ่มเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ก็อาจจะพูดง่ายๆ ว่ายอมแบกของใหญ่ ของหนัก ไปใช้งานกันสักนิดหน่อย เพื่อแลกกับความสนุกแบบเต็มมิติเสียงนั่นเอง

   อีกหนึ่งจุดเด่นถัดมาของลำโพงรุ่นนี้ก็จะมีระบบที่เรียกว่า DSP , Advanced DSP, DSP EQ มาให้เลือกใช้งานกันได้ ซึ่งระบบทั้งหลายที่กล่าวมานี้ ขยายความเพิ่มเติมว่า DSP คือระบบ Digital signal processing ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนกันสมองหรือชิปประมวลผลในเรื่องของการให้เสียงที่ต่างจากลำโพงรุ่นอื่น แบรนด์อื่น ที่ไม่ใช่การใช้ชิปเสียงตัวนี้ อะไรแบบนั้น ซึ่งก็จะทำหน้าที่ทำให้เสียงที่ได้ยินจากตัวลำโพงนี้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง ตรงนี้ก็จะมีชิปเสียงที่เป็นขั้น advanced คิดคำนวณและควบคุมวงจรต่างๆ ภายในมาให้เรียบร้อยแล้วนั่นเอง แต่คุณภาพเสียงจากชิปตัวนี้จะดีอย่างไรนั้น ต้องอ่านรีวิวกันได้ในช่วงท้าย

 

   ในส่วนของการใช้งานและการควบคุมตัวลำโพงบลูทูธ Klipsch KMC3 ตัวนี้กันบ้าง ที่บริเวณด้านหลังตัวลำโพงเอง ก็จะมีช่องให้เสียบเชื่อมต่อตั้งแต่ ช่องเสียบปลั๊ก จะมีอแดปเตอร์มาให้แบบตรงรุ่น ถัดมาเป็นช่อง aux input 3.5 เอาไว้เสียบเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นต่างๆ หรือสมาร์ทโฟน โน๊ตบุ๊ค รองรับได้หมดแบบเสียบสาย ในกรณีที่ไม่อยากจะเชื่อมต่อบลูทูธนั่นเอง ถัดมาก็จะมีช่อง USB port มาให้ 1 ช่อง ทำหน้าที่เป็นช่องจ่ายไฟแค่นั้นเอง สามารถเสียบชาร์จแบตมือถือหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาได้ รวมไปถึงในกรณีที่ใส่ถ่านก็สามารถจ่ายไฟได้ด้วย เหมือนกับเพาเวอร์แบงค์เหมือนกัน แต่จะชาร์จได้ไม่มากเท่าไหร่ ใช้แบบฉุกเฉินเท่านั้น นอกจากนั้น ตัวลำโพงเองก็ยังสามารถควบคุมแบบไร้สายผ่านตัวรีโมทคอลโทรนได้ด้วย

 

   สำหรับปุ่มควบคุมตัวลำโพงบลูทูธนั้น จะเป็นแบบปุ่ม Touch screen สามารถที่จะแตะเลือกการใช้งานต่างๆ ได้ ก็จะมีให้ใช้งานง่ายๆ อย่างเช่นปุ่มเปิด-ปิด ปุ่มกด pair Bluetooth ปุ่มเลือกโหมดการใช้งาน พร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเลื่อนเพลง ในส่วนถถัดมา เรื่องของแนวเสียงที่ได้ทดสอบกันก่อนหน้าที่จะมาเขียนรีวิวก็รู้สึกว่า เสียงที่ได้ยินในลำโพงรุ่นนี้ มันคืออีกหนึ่งตู้เบสเคลื่อนที่ได้เลย ใครที่เน้นปาร์ตี้แบบท่ากลางธรรมชาติ ในกรณีที่ใช้ใส่ถ่าน พลังเสียงก็ถือว่ามาเต็ม ไม่ได้ด็อปลงไปจากที่เสียบปลั๊กใช้งาน เนื้อเบสกระแทกดีมากเลย พร้อมกับเสียงกลางแหลมที่ใสแต่จะไปทางจัดจ้าน ฟังสนุกๆ มากกว่า ใครที่ชอบฟังเพลงแนวนี้ก็ลองไปหาฟังกันดูได้เลย

Content by Admin_barahum