Yamaha YZF R3 เปิดตัวบิ๊กไบค์ตัวใหม่ของค่ายยามาฮ่า กับรูปโฉมที่สะดุดตา ช่วงล่างแม่นยำ มั่นใจทุกท้องถนน

   หลังจากที่ได้เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิด กับมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์ของ Yamaha YZF R3 หลายคนก็คงจะได้รับทราบข้อมูลกันไปบ้างแล้วในสื่อต่างๆ ของทางยามาฮ่าและสื่อมวลชลต่างๆ ที่ไปทำข่าวนะครับ ส่วนผมเองก็ไม่ได้มีโอกาสได้ไปกับเขาหรอกครับในงานนั้น แต่สำหรับชาวอินเทรนด์แล้วนั้นผมเองก็ไม่พลาดที่จะนำเอาสินค้าอินเทรนด์ที่เกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ตตัวนี้มาทำการทดสอบและทำการรีวิวถึงรูปโฉมภายนอกว่ามันสวยอย่างไร ให้ฟิลลิ่งการขับขี่อารมณ์ไหน แล้วก็มีช่วงล่างอย่างไรบ้าง เหมาะกับการขับขี่ประเภทไหนมากกว่ากันแบบนี้นะครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมได้พูดมานี้จะได้รับรู้รับทราบกันอีกไม่นานนี้ครับ

   ก็คงต้องเริ่มด้วยเรื่องของรูปร่างหน้าตาของเจ้า Yamaha YZF R3 กันก่อนเลยดีกว่านะครับ เพราะมันคือเรื่องสำคัญเหมือนกันนะครับ ถ้าเวลาใครจะซื้อมอเตอร์ไซต์โดยเฉพาะมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์เนี่ยแล้วก็ มันก็ต้องดูเรื่องของรูปโฉมเป็นหลักว่าสวยแค่ไหน ถูกใจเรามั้ย สวยถูกใจเรื่องอื่นๆ ก็คงไม่ต้องคิดกันมาก เพราะขับขี่ไปแล้วเท่ห์ หล่อ มีสไตล์ สาวๆ เหลียวมอง นี่เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ สำหรับด้านหน้าของตัวรถนั้นทางยามาฮ่าถือว่าออกแบบมาได้ดีครับ ถือว่าถูกใจใครหลายๆ คนเลยละ มาด้วยโคมไฟหน้าคู่ครับ มีไฟลี่ตรงกลาง แล้วอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญของการออกแบบ YZF R3 ผมดูแล้วเค้าจะออกแบบมาให้แยกชิ้นส่วนกันหลายๆ ชิ้นครับ นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีนะครับ ดีอย่างไร ก็คือดีในขณะที่เกิดเหตุไม่คาดคิดกับเราในขณะขับขี่เนี่ยครับ การซ่อมก็จะสามารถแยกชิ้นส่วนได้เยอะกว่าไม่ต้องไปเปลี่ยนทั้งชุด ค่าซ่อมก็จะถูกลง อย่างเช่น ตัวถังน้ำมันเนี่ยนะครับ ก็ดูๆ แล้วก็น่าจะประกอบมาประมาณ 3 ชิ้นส่วนเลยทีเดียว ถังน้ำมันใบหนึ่งก็ไม่ใช่ถูกๆ นะครับ ก็ถือว่าดีเลยทีเดียว มิติของรถนี่ดีครับ ใครตัวเล็กๆ นี่ขี่ได้ครับ อย่างผมเองสูง 165 เท้าถึงพื้นครับ ใครที่กลัวจะขับยากหมดปัญหาครับ น้ำหนักรถ 170 กก. ต้องบอกว่าใครที่ไม่เคยขี่บิ๊กไบค์เลย ก็ขี่ได้สบายครับ ไม่หนักมาก ในส่วนของเครื่องยนต์ครับ เป็นเครื่องยนต์ 2 สูบ 4 จังหวะ ระบบหัวฉีดในการจ่ายเชื้อเพลิง เครื่องยนต์มีปริมาตร 321 ซีซี ช่วงล่างด้านหลังเป็นระบบโช๊คอัพเดี่ยว สามารถปรับโช๊คได้ตามค่าความแข็งความอ่อนนุ่มได้ครับ จุดเด่นที่น่าสนใจในตัวเครื่องรุ่นนี้นะครับ ก็คือ เรื่องของไฟเตือนที่เหมาะสมกับรอบของเครื่องยนต์ครับ หลักการทำงานก็คือว่า เมื่อเราขับขี่ไปตามปกติเนี่ยนะครับ เมื่อถึงรอบเครื่องที่ต้องเปลี่ยนเกียร์ก็จะมีไฟเตือนขึ้นมาให้กับผู้ขับขี่ได้ทราบด้วย ทำให้สมรรถนะการขับขี่ได้มากขึ้นครับ

   มาดูฟิลลิ่งในการขับขี่ดีกว่าครับ สำหรับใครที่เคยมีฟิลลิ่งในการขับขี่ นินจา 300 กับ CBR 300 นะครับ คือตัวนี้มันอยุ่ระหว่างกึ่งกลางเลยว่าจะมีอารมณ์กึ่งๆ สปอร์ตนิดๆ แล้วก็มาพร้อมกับความสบายในการขับขี่ด้วย ส่วนเรื่องของการวิ่งในสนาม ต้องบอกว่าวันนี้เรามาทดสอบกันในสนามในแทร็กนะครับ ไม่ได้ไปทดสอบกันบนถนนจริง ความรู้สึกคือการควบคุมรถได้แม่นยำดีครับ อาการของช่วงล่างด้านหน้าไม่เป๋ออกนอกแทร็ก คือคนที่พึ่งมาขับบิ๊กไบค์ใหม่ๆ ก็ขับได้สนุกครับ แต่จะมีอาการทางด้านหลังครับ ล้อหลัง จะมีอาการนิดๆ ครับ อาจจะด้วยการปรับโช๊คมาด้านหลังค่อนข้างอ่อนนุ่ม เพราะฉะนั้น ต้องปรับโช๊คด้านหลังให้แข็งขึ้นเล็กน้อยครับ ประมาณ 2 คลิก แล้วจะดีขึ้นครับ แต่อาการยังไม่หายไปนะครับ แต่ว่าดีขึ้นกว่าเดิมครับ การตอบสนองของคันเร่งนั้นค่อนข้างสนุกเลยทีเดียว แรงต้น แรงกลาง แรงปลาย มีครบครับ ถือว่าเป็นมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบค์รุ่นหนึ่งที่มีราคาและคุณภาพในการขับขี่ที่คุ้มค่าอย่างยิ่งครับ ส่วนตัวผมเองคิดว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นั้นดีเยี่ยมเลยครับ ด้วยรูปทรงที่สวย เครื่องยนต์แรงดีครับ ส่วนเรื่องของราคานั้นผมไม่แน่ใจก็ถ้าใครสนใจก็ลองสอบถามทางศุนย์บริการยามาฮ่ามอเตอร์กันได้ครับ

Content by Admin_barahum